เหตุผลดีๆ ที่ควรนำ "หน้ากากอนามัย" ใส่ไว้ในตู้เย็น เคล็ดลับใกล้ตัวที่หลายคนไม่รู้

เหตุผลดีๆ ที่ควรนำ "หน้ากากอนามัย" ใส่ไว้ในตู้เย็น เคล็ดลับใกล้ตัวที่หลายคนไม่รู้

เหตุผลดีๆ ที่ควรนำ "หน้ากากอนามัย" ใส่ไว้ในตู้เย็น เคล็ดลับใกล้ตัวที่หลายคนไม่รู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เหตุผลดีๆ ที่ควรนำ "หน้ากากอนามัย" ใส่ไว้ในตู้เย็น เคล็ดลับง่ายๆ ใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่รู้

หลายคนใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยอาจไม่รู้เลยว่าหน้ากากอนามัยมีประโยชน์ลับที่สามารถนำมาช่วยดูดความชื้นและดับกลิ่นในตู้เย็นได้ 

ทำไมถึงไม่ควรมองข้ามกลิ่นในตู้เย็น?

รศ.ดร. เหงียน ซุย ถิง (อดีตอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮานอย) ระบุว่า ตู้เย็นเป็นสถานที่เก็บรักษาทั้งอาหารดิบ อาหารปรุงสุก ผักผลไม้ นม และอาหารเหลือ เมื่ออาหารเหล่านี้ถูกเก็บรวมกันในพื้นที่ปิด กลิ่นจึงปะปนกันได้ง่ายมาก ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ความชื้นสูงในตู้เย็นจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ทั้งบนผิวของอาหาร หรือตามซอกมุมและถาดรองต่าง ๆ

แบคทีเรียบางชนิดสามารถเติบโตได้แม้ในอุณหภูมิที่เย็นจัด โดยเฉพาะเมื่ออาหารไม่ได้ถูกปิดผนึกมิดชิดหรือเก็บไว้นานเกินไป อาหารที่ติดกลิ่นอับหรือปนเปื้อนเชื้อโรค อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง และท้องเสีย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ดังนั้น การรักษาตู้เย็นให้แห้ง มีกลิ่นน้อย และสะอาดอยู่เสมอ จึงไม่เพียงช่วยให้รู้สึกสบายใจเวลาเปิดใช้งาน แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหาร ช่วยปกป้องสุขภาพของครอบครัว และทำให้มื้ออาหารมีรสชาติอร่อยน่ารับประทานยิ่งขึ้น

ใช้หน้ากากอนามัยดับกลิ่นในตู้เย็น

หากคุณเปิดตู้เย็นแล้วมักได้กลิ่นอาหารตีปนกันไปหมด ลองนำหน้ากากอนามัยมาทำเป็นถุงชา โดยตัดปลายหน้ากากด้านหนึ่ง จะทำให้มีช่องหว่างระหว่างแผ่นกรอง แล้วนำใบชาแห้ง (ชาเขียวหรือชาดำ) ประมาณหนึ่งกำมือใส่ลงไป มัดให้แน่น นำไปวางไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา

ใบชาแห้งมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นและความชื้นเล็กน้อย เมื่อผสานเข้ากับชั้นกรองของหน้ากากอนามัย ถุงชาจะช่วยลดกลิ่นเหม็นอับและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเมื่อเปิดตู้เย็น สภาพแวดล้อมที่ลดความชื้นลงยังมีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราอีกด้วย

(คำแนะนำ: ควรเปลี่ยนถุงชาใหม่ประมาณเดือนละครั้ง หรือเปลี่ยนเร็วขึ้นหากพบว่าใบชาเริ่มชื้น)

ใช้หน้ากากอนามัยช่วยลดน้ำแข็งเกาะในช่องฟรีซ

ปัญหาการเกิดน้ำแข็งเกาะหนาในช่องแช่แข็งมักเกิดจากไอน้ำควบแน่นและแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง ซึ่งชั้นน้ำแข็งที่หนาไม่เพียงแต่กินพื้นที่ แต่ยังทำให้หยิบอาหารออกมาใช้งานได้ยากลำบาก

เคล็ดลับคือการนำหน้ากากอนามัยทำเป็นถุง โดยตัดปลายด้านหนึ่ง ยัดกระดาษทิชชูแห้งลงไป มัดให้แน่นหนา แล้วนำถุงนี้ไปวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของช่องแช่แข็ง

กระดาษทิชชูมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ดี ขณะที่เนื้อผ้าของหน้ากากอนามัยช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ถุงเล็ก ๆ นี้จะช่วยดูดซับไอน้ำส่วนเกินในช่องฟรีซ จึงมีส่วนช่วยลดการเกิดหยดน้ำควบแน่นที่กลายเป็นน้ำแข็งเกาะหนา เมื่อสังเกตเห็นว่ากระดาษทิชชูด้านในเปียกชื้น ควรเปลี่ยนถุงใหม่เพื่อคงประสิทธิภาพในการดูดความชื้น

百變小廚坊 VS 龍兒美食 Magic Kitchen

ใส่หน้ากากอนามัยในตู้เย็นช่วยประหยัดไฟจริงไหม?

นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด หน้ากากอนามัยที่ใส่ไว้ในตู้เย็นไม่ใช่อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ประโยชน์หลักของมันคือ ช่วยดูดความชื้น ดับกลิ่น และลดการเพาะพันธุ์ของเชื้อก่อโรค

หากต้องการให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดไฟมากขึ้น ควรปฏิบัติดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นานเกินไป หรือเปิดบ่อยเกินความจำเป็น

  • รอให้อาหารเย็นสนิทก่อนนำเข้าตู้เย็น

  • ตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 10 เซนติเมตร ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงแสงแดดส่องถึงโดยตรง และไม่ควรวางใกล้เตาไฟหรือไมโครเวฟ

ดูแลตู้เย็นให้สะอาด เท่ากับปกป้องสุขภาพคนในครอบครัว

นอกเหนือจากการใช้ถุงหน้ากากอนามัยเพื่อดูดความชื้นหรือดับกลิ่นแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของอาหารแนะนำเพิ่มเติมว่า:

  • ควรเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นทุก ๆ 1-2 สัปดาห์

  • เก็บอาหารในกล่องหรือภาชนะที่ปิดมิดชิด

  • แยกเก็บอาหารดิบและอาหารปรุงสุกออกจากกันอย่างชัดเจน

  • ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และทิ้งอาหารที่หมดอายุ มีกลิ่นแปลกปลอม หรือมีน้ำไหลเยิ้ม

เคล็ดลับการนำหน้ากากอนามัยมาใส่ในตู้เย็นถือเป็นทางเลือกเสริมเล็ก ๆ ที่มีประโยชน์ แม้จะไม่สามารถทดแทนการทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำได้ แต่ก็ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จำกัดความชื้นและเชื้อรา และสร้างสภาพแวดล้อมการเก็บรักษาอาหารที่สะอาดถูกสุขอนามัยยิ่งขึ้น

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล